[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.phusing.com
อำเภอภูสิงห์ อำเภอภูสิงห์
หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวประชาสัมพันธ์ | บทความน่ารู้ | กระดานถามตอบ | สมาชิก | ติดต่อเรา |

  

วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน

อำเภอกาบเชิง


เสาร์ ที่ 27 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2560

อำเภอกาบเชิง

อำเภอกาบเชิง

ประวัติความเป็นมา

            บ้านกาบเชิง เดิมเป็นหมู่บ้านชายแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย เริ่มมีการตั้งถิ่นฐานกว่า 200 ปีมาแล้ว ในระยะแรกขึ้นกับตำบลด่าน อำเภอสังขะ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2480 ทางราชการได้โอนไปขึ้นกับตำบลตาเบา อำเภอปราสาท เมื่อปี พ.ศ.2504 โอนไปขึ้นกับตำบลหนองใหญ่ซึ่งแยกจากตำบลตาเบา พ.ศ.2506 ได้รับการยกฐานะเป็นตำบลกาบเชิง โดยแยกตำบลจากตำบลหนองใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2514 ได้แยกตำบลกาบเชิง ตำบลบักไดของอำเภอปราสาท มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอกาบเชิง ต่อมาในปี พ.ศ.2519 ได้ตั้งตำบลโคกกลาง โดยแยกจากตำบลบักไดรวมเป็น 3 ตำบล เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2520 ทางราชการได้แยกตำบลอีก 2 ตำบล จากอำเภอสังขะ มีตำบลเพิ่มเป็น 5 ตำบล โดยได้รับโอนตำบลคูตัน และตำบลด่าน จากอำเภอสังขะ กิ่งอำเภอกาบเชิง ได้รับประกาศยกฐานะเป็น อำเภอ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2522 ต่อมาวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2538 ทางราชการได้ตั้งกิ่งอำเภอพนมดงรัก(ปัจจุบันยกฐานะเป็นอำเภอ) แยกออกจากอำเภอกาบเชิง 4 ตำบล ตามเกณฑ์การตั้งกิ่งอำเภอของกระทรวงมหาดไทย

 

ภูมิศาสตร์

            ที่ว่าการอำเภอกาบเชิงตั้งอยู่ที่ถนนสุรินทร์-ช่องจอม หมู่ที่ 1 ตำบลกาบเชิง มีพื้นที่ประมาณ 788 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขต ดังนี้

            ทิศเหนือ                       ติดต่ออำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

            ทิศใต้                           ติดต่อประเทศกัมพูชา

            ทิศตะวันออก               ติดต่ออำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

            ทิศตะวันตก                 ติดต่อกับอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

 

ลักษณะภูมิประเทศ

            พื้นที่ของอำเภอกาบเชิงเป็นที่ราบสูงต่อจากที่ราบสูงโคราช ไปสิ้นสุดที่เทือกเขาดงรัก เป็นแนวเขตประเทศ และลาดชันสู่ประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย มีห้วยลำชีไหลจากเทือกเขาดังกล่าว ผ่านแนวเขตอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ถึงอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

            สภาพดินฟ้าอากาศ ค่อนข้างหนาวในฤดูหนาว อากาศร้อนจัดและแห้งแล้งมากในฤดูร้อน เนื่องจากเป็นบริเวณเงาฝนในฤดูฝน ส่วนในฤดูร้อนจะร้อนเพราะมีเทือกเขาดงรักกั้นทางทิศใต้

            แหล่งน้ำ มีแหล่งน้ำที่อาศัยประโยชน์ในการเกษตรได้บ้างในฤดูฝน คือ ห้วยกระบาลเลียว ห้วยเจริญ ห้วยสะเดา ห้วยทับทัน ห้วยตาเกาว์ และห้วยด่าน ส่วนในฤดูแล้งน้ำจะแห้งเป็นส่วนมาก

            ทรัพยากรธรรมชาติ คือป่าไม้เบญจพรรณ ไม้มีค่าได้แก่ ไม้พะยูง ไม้ตะเคียนทอง ไม้ประดู่ แต่ในปัจจุบันป่าไม้ถูกทำลายลงมาก เนื่องจากประชากรหักร้างถางพงตั้งบ้านเรือนและทำมาหากินมาตั้งแต่มีการเปิดใช้เส้นทางสายโชคชัย-เดชอุดมและทำถนนลาดยางสายสุรินทร์-ช่องจอม เมื่อประมาณ พ.ศ.2505 เป็นต้นมา

            ทางหลวงแผ่นดินมี 2 สาย คือทางหลวงแผ่นดินสาย 214 และทางหลวงแผ่นดินแยกจากสาย 214 ที่บ้านหินโคน อำเภอกาบเชิง ไปสิ้นสุดที่อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

 

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

            อำเภอกาบเชิงมีโบราณสถานสำคัญคือ ปราสาทตาเมือนธม ประสาทตาเมือนตู๊จ ปราสาทเบง ปราสาทบัลลังก์ และปราสาทเซ็ม

            ปราสาทตาเมือนธม (ธม ภาษาเขมรแปลว่า ใหญ่) ตั้งอยู่ริมธาร ลักษณะเป็นปราสาทขนาดเล็ก ตั้งอยู่ห่างชายแดนไทยกับกัมพูชาประชาธิปไตย ประมาณ 200 เมตรและอยู่ห่างจากตัวอำเภอกาบเชิงประมาณ 13 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหมู่ปราสาท 3 หลัง หลังลึกสุดตั้งอยู่ชายแดนพอดี องค์ปรางค์หรือตัวปราสาทและซุ้มประตูเป็นศิลปะแบบบายน

            ปราสาทตาเมือนตู๊จ (โต๊จ หรือ ตู๊จ ภาษาเขมรแปลว่า เล็ก) อยู่ห่างจากตัวอำเภอกาบเชิงประมาณ 12 กิโลเมตร และอยู่ห่างปราสาทตาเมือนธมไปทางเหนือประมาณ 800 เมตร ลักษณะเป็นปรางค์ยอดแหลมแบบบายน และวิหารเป็นซุ้มประตูที่เรียกว่า โคปุระ สร้างสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปราสาทตาเมือนตู๊จเป็นอโรคยาศาลและเป็นที่พักระหว่างการเดินทางด้วย

            ปราสาทเบง ตั้งอยู่ที่บ้านเบง อำเภอกาบเชิง ตัวปราสาทเป็นปรางค์สร้างด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนเนิน มีคูน้ำล้อมรอบ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนบนของปรางค์พังชำรุดทับหลังปราสาทถูกคนร้ายขโมยไปเหลือเพียงเสาประดับกรอบประตูสมัยพระโค แต่เป็นการลอกเลียน จึงอยู่หลังสมัยพระโค คือสมัยแปรรูป (พ.ศ.1490-1510) ตรงกับสมัยรัชกาลพระเจ้าราเชนทรวรมัน

            ปราสาทบัลลังก์ และปราสาทเซ็ม ตั้งอยู่ที่บ้านบักจรัง ห่างจากหมู่บ้านไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร เหลือแต่ส่วนฐานของอาคาร และฐานประติมากรรมที่ทำด้วยหินทราย ตัวอาคารถูกขุดจึงพังเสียหายมาก บริเวณตัวปราสาทมีคูน้ำล้อมรอบ ทางทิศตะวันตกบ้านบักจรังประมาณ 1 กิโลเมตร มีปราสาทเซ็ม ซึ่งตัวปรางค์สร้างด้วยอิฐมีเพียงหลังเดียว สภาพชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากการขุดหาของเก่า บริเวณปราสาทมีคูน้ำล้อมรอบเช่นเดียวกัน

 

 

ผู้เรียบเรียง    ไพฑูรย์ มีกุศล

ที่มา                หนังสือสารานุกรมไทยภาคอีสาน เล่ม 1

เข้าชม : 574

วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน 5 อันดับล่าสุด

      อำเภอกาบเชิง 27 พ.ค. 2560
      ยากาง, ยาซาง 27 พ.ค. 2560
      ตำราหมอดู กาจับหลัก 4 มี.ค. 2560
      กัวอู๊ ประเพณีการอยู่ไฟของชาวกวย(ส่วย) 22 ก.พ. 2560
      เครื่องจองจำ กับตีน 22 ก.พ. 2560




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :



กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ warapong.wdp@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

หน้าหลัก
ข้อมูลอำเภอภูสิงห์
หน่วยงานภูสิงห์
ร้านค้าภูสิงห์
คลิปวิดีโอภูสิงห์
ห้องแสดงภาพภูสิงห์
แหล่งท่องเที่ยวภูสิงห์
รีสอร์ท โรงแรม ที่พักภูสิงห์
ข่าวประชาสัมพันธ์ภูสิงห์

ข้อมูลจังหวัดศรีสะเกษ
ข่าวประชาสัมพันธ์ศรีสะเกษ
ข่าวสมัครงานศรีสะเกษ
ข่าวสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
ข่าวประกวดราคาศรีสะเกษ
หน่วยงานจังหวัดศรีสะเกษ
ห้องแสดงภาพศรีสะเกษ
โปรแกรมหนังศรีสะเกษ
คลิป วิดีโอศรีสะเกษ
แหล่งท่องเที่ยวศรีสะเกษ
ร้านค้าศรีสะเกษ
ร้านอาหารศรีสะเกษ

วัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ
วัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน
วัฒนธรรมไทย ภาคใต้
เรียนภาษาออนไลน์
เกมส์ออนไลน์
สมุนไพรน่ารู้
ความรู้เกี่ยวกับไอที
ธรรมะออนไลน์
ดูหนังออนไลน์
เที่ยวทั่วโลก
เที่ยวทั่วไทย
คลิป วิดีโอ
รูปภาพออนไลน์
รถยนต์
สาระน่ารู้
การศึกษา
เกษตรน่ารู้
เว็บไซต์น่าสนใจ
อาหาร
ที่พัก
ทั่วไป