[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.phusing.com
อำเภอภูสิงห์ อำเภอภูสิงห์
หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวประชาสัมพันธ์ | บทความน่ารู้ | กระดานถามตอบ | สมาชิก | ติดต่อเรา |

  

เกษตรน่ารู้

วิธีปลูกแตงกวาปลอดสารพิษ


พฤหัสบดี ที่ 11 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2560

วิธีปลูกแตงกวาปลอดสารพิษ

1.การเตรียมดิน

ไถพรวนดิน ตากดินไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อกำจัดไข่แมลงศัตรูพืชในดิน และฆ่าเชื้อโรคในดิน ปรับความเป็นกรด-ด่าง ในดินด้วยปูนขาวอัตรา 200-300 กิโลกรัม/ไร่ เสร็จแล้วใส่ปุ๋ยชีวภาพบำรุงดิน โดยการผสมคลุกเคล้าปุ๋ยชีวภาพกับดินแปลงปลูกให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนที่จะทำการยกร่องแปลงปลูก เมื่อยกร่องแปลงปลูกแล้ววางท่อน้ำระบบน้ำหยดให้ตรงกับหลุมที่จะปลูก แล้วคลุมแปลงด้วยผ้าพลาสติกดำ เพื่อกักเก็บความชื้นของผิวดินและป้องกันวัชพืช และเจาะรูผ้าพลาสติกสำหรับปลูก

สูตรปุ๋ยชีวภาพ ใช้ผสมกับดินในขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูก :
ส่วนผสมและวิธีการทำ ใช้มูลสัตว์ 1 ส่วน + รำ 1 ส่วน + ปูนขาว 1 ส่วน + สารเร่ง พด.1 จำนวน 1 ซอง + กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม + EM 1 ลิตร ผสมกันแล้วตั้งกองปุ๋ยให้มีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร หมักทิ้งไว้ 7-10 วัน และต้องทำการกลับกองปุ๋ยทุกๆ 2-3 วัน เมื่อปุ๋ยคลายความร้อนแล้วสามารถนำมาใช้ได้

2.วิธีการปลูก
นำเมล็ดพันธุ์ที่คัดแล้วมาคลุกเคล้ากับไตรโคเดอร์มาเชื้อสด เพื่อป้องกันเชื้อรา และโรครากเน่าโคนเน่า นำเมล็ดไปหยอดในหลุมแปลงปลูก หลุมละ 1-2 เมล็ด แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ช่วงแรกๆจะให้น้ำ วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หลังจากปลูกประมาณ 7 วัน ลดปริมาณการให้น้ำลงเหลือวันละ 1 ครั้ง ช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้

การปลูกนั้นนิยมปลูกเป็นหลุม ใช้ระยะระหว่างแถวประมาณ 1.5 เมตร ระยะระหว่างต้น 1 เมตร โดยใช้เมล็ดหยอดหลุม 3-5 เมล็ด โดยให้ลึกลงไปในดิน 2.5 เซนติเมตร แล้วกลบด้วยปุ๋ยคอก ส่วนการยกร่องปลูก หากปลูกเป็นแปลงใหญ่มักนิยมปลูกแถวเดี่ยว และเว้นระยะระหว่างแถว 1.5 เมตร และระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ในกรณีนี้มักจะไม่ปักไม้ค้าง หากพื้นที่ยกร่องเล็กๆ มักปลูกเป็นแถวคู่ และมักปักไม้ค้างให้เถาแตงเลื้อยขึ้น เมื่อหยอดเมล็ดเสร็จควรใช้ฟางคลุมและรดน้ำให้ดินขึ้นอยู่เสมอ หลังจากแตงกวางอกและมีใบจริง 2 ใบ ควรถอนทิ้งให้เหลือหลุมละ 1-2 ต้น เมื่อเถาแตงอายุได้ 14 วัน จะเริ่มเลื่อย จึงมักปักค้างให้แตงโดยปักไม้ ปักหลุมละ 1 อัน และให้หลักเอนเข้าหากัน และมัดไว้ด้านบน ไม้ค้างควรยาว 2 เมตรเป็นอย่างน้อย

3.การดูแลรักษา
หลังจากปลูก 3-5 วัน เมล็ดจะงอกและมีใบจริงประมาณ 2-3 ใบ ให้ฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพที่เกษตรกรมีอยู่แล้ว เช่น น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย (หรืออาจจะใช้น้ำหมักหอยเชอรี่ หรือน้ำหมักมูลสุกรก็ได้) เพื่อช่วยในการบำรุงต้นและเร่งการแตกใบ ทำการฉีดพ่นต่อเนื่องอีกทุกๆ 7-15 วัน/ครั้ง เมื่อเมล็ดงอกแข็งแรงดีแล้วจะต้องทำค้างให้กับแตงกวา

โดยใช้ไม้ปักเป็นหลัก พร้อมกับตรึงเชือกเป็นแนวตรงหย่อนลงมา หรือจะใช้ตาข่ายขึงกับไม้หลักก็ได้ เพื่อให้แตงยึดเกาะและช่วยให้สะดวกในการเก็บผลผลิต เพราะถ้าหากไม่ทำค้างให้แตงกวาจะทำให้ผลของแตงกวาบิดงอไม่สวย และเมื่อแตงกวาเริ่มออกดอก ให้ฉีดพ่นบำรุงด้วยน้ำหมักผลไม้ (หรือฮอร์โมนไข่ก็ได้) เพื่อเป็นการเร่งดอก บำรุงดอก และกระตุ้นการติดลูก เกษตรกรควรหมั่นตรวจสอบแปลงปลูกเพื่อตรวจดูการเข้าทำลายของแมลงต่างๆ หากพบเห็นแมลงก็ให้ฉีดพ่นด้วยสารชีวภาพกำจัดแมลง

สูตรจุลินทรีย์หน่อกล้วย ใช้ฉีดพ่นเร่งการแตกใบ :ส่วนผสมและวิธีการทำ ใช้หน่อกล้วย 3 กิโลกรัม + กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม สับหน่อกล้วยให้ละเอียด ใส่ลงในถังหมักพร้อมกากน้ำตาล ปิดฝาถังหมัก ทำการคนคลุกเคล้าทุกๆวัน หมักไว้ 7 วัน นำมาฉีดพ่นเพื่อเร่งการแตกใบ อัตรา 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำเปล่า 20 ลิตร

สูตรน้ำหมักผลไม้ ใช้ฉีดพ่นช่วงแตงกวาออกดอก :ส่วนผสมและวิธีการทำ ใช้ผลไม้สุก เช่น กล้วย,มะละกอ 3 ส่วน + กากน้ำตาล 1 ส่วน สับผลไม้ให้ละเอียดหมักรวมกับกากน้ำตาล หมักไว้ประมาณ 1-3 เดือน นำมาฉีดพ่นช่วงออกดอก อัตรา 2-4 ช้อนโต๊ะ + น้ำเปล่า 20 ลิตร

สูตรสารชีวภาพกำจัดแมลงในแปลงปลูกแตงกวา : ส่วนผสมและวิธีการทำ ใช้เหล้าขาว 1 ขวด + น้ำส้มสายชู 1 แก้ว นำมาผสมกันแล้วใช้ฉีดพ่นแมลงได้ทันที อัตรา 1 แก้ว + น้ำเปล่า 20 ลิตร + กากน้ำตาล 1 แก้ว

วิธีทำให้ลูกดก : วัสดุที่ต้องเตรียม

1.นมข้นหวาน จำนวน 1 กระป๋อง

2.เครื่องดื่มชูกำลัง จำนวน 1 ขวด

3.ยาทัมใจ จำนวน 1 ซอง

4.น้ำเปล่า จำนวน 200 ลิตร

วิธีการทำสูตรที่ 1 : นำส่วนผสมทั้งหมด ผสมให้เข้ากัน โดยคนจนละลายหมด แล้วเติมน้ำลงไป 200 ลิตร ฉีดพ่นช่วงแตงกวาออกดอกจะทำให้แตงกวาออกลูกดก เพราะแมลงจะเข้ามาผสมเกสรมากขึ้น ทำให้ติดผลดก

วิธีการทำสูตรที่ 2 : สูตรนี้เป็นสูตรเข้มข้นนำ นมข้นหวาน เครื่องดื่มชูกำลัง และยาทันใจ อัตราส่วนเท่าเดิมผสมเข้าด้วยกันแล้วนำส่วนผสมที่ได้ 1 ช้อนโต๊ะมาเติมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกเช่นเดียวกับวิธีการแรก

อายุการเก็บเกี่ยวผลผลิต : หลังจากที่ปลูกแตงกวาไปแล้ว 45-50 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และจะเก็บผลของแตงกวาได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งการปลูกแตงกวาแบบปลอดสารพิษนี้จะทำให้ได้แตงกวาที่มีผลดก ขนาดผลใหญ่ น้ำหนักดี ผิวของผลแตงกวาสวย รสชาติกรอบ สามารถจำหน่ายได้ราคาดี

อ้างอิงข้อมูลจาก รักบ้านเกิด.com

ขอขอบคุณเพจ ศูนย์รวมความรู้การเกษตร

เข้าชม : 1932

เกษตรน่ารู้ 5 อันดับล่าสุด

      วิธีปลูกแตงกวาปลอดสารพิษ 11 พ.ค. 2560
      วิธีทำสาวมะละกอให้ต้นเตี้ยและลูกดก 5 พ.ค. 2560
      วิธีทำโรงเรือนปลูกผักด้วยตัวเอง 21 เม.ย. 2560
      การเลี้ยงกบ สูตรอาหารเลี้ยงกบ 14 เม.ย. 2560
      Application ชาวนาไทย 10 เม.ย. 2560




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :



กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ warapong.wdp@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

หน้าหลัก
ข้อมูลอำเภอภูสิงห์
หน่วยงานภูสิงห์
ร้านค้าภูสิงห์
คลิปวิดีโอภูสิงห์
ห้องแสดงภาพภูสิงห์
แหล่งท่องเที่ยวภูสิงห์
รีสอร์ท โรงแรม ที่พักภูสิงห์
ข่าวประชาสัมพันธ์ภูสิงห์

ข้อมูลจังหวัดศรีสะเกษ
ข่าวประชาสัมพันธ์ศรีสะเกษ
ข่าวสมัครงานศรีสะเกษ
ข่าวสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
ข่าวประกวดราคาศรีสะเกษ
หน่วยงานจังหวัดศรีสะเกษ
ห้องแสดงภาพศรีสะเกษ
โปรแกรมหนังศรีสะเกษ
คลิป วิดีโอศรีสะเกษ
แหล่งท่องเที่ยวศรีสะเกษ
ร้านค้าศรีสะเกษ
ร้านอาหารศรีสะเกษ

วัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ
วัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน
วัฒนธรรมไทย ภาคใต้
เรียนภาษาออนไลน์
เกมส์ออนไลน์
สมุนไพรน่ารู้
ความรู้เกี่ยวกับไอที
ธรรมะออนไลน์
ดูหนังออนไลน์
เที่ยวทั่วโลก
เที่ยวทั่วไทย
คลิป วิดีโอ
รูปภาพออนไลน์
รถยนต์
สาระน่ารู้
การศึกษา
เกษตรน่ารู้
เว็บไซต์น่าสนใจ
อาหาร
ที่พัก
ทั่วไป