[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.phusing.com
อำเภอภูสิงห์ อำเภอภูสิงห์
หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวประชาสัมพันธ์ | บทความน่ารู้ | กระดานถามตอบ | สมาชิก | ติดต่อเรา |

  

ข้อมูลอำเภอภูสิงห์

ประวัติรอยพระพุทธบาทภูสิงห์ จากเว็บไซต์ตามรอยพระพุทธบาท


พุธ ที่ 1 เดือน กันยายน พ.ศ.2553

ประวัติการค้นพบรอยพระพุทธบาทภูสิงห์

              ตามประวัติที่ หลวงพ่อศรีนวนเจ้าคณะอำเภอขุขันธ์ ท่านได้เล่าไว้เมื่อตอนพบรอยพระพุทธบาทใหม่ๆ โดยนายสร้อย โพธิ์สาชัยเป็นผู้บันทึกไว้เมื่อปี ๒๕๒๗ มีใจความว่า

 

 

“...รอยพระพุทธบาทแห่งนี้ เดิมมีชื่อว่า “รอยพระพุทธบาทเขาน้ำพุ” ซึ่งเป็นเขาเตี้ยๆ สูงประมาณ ๕๐ กว่าเมตร จากพื้นดินโดยประมาณ ด้านหนึ่งเป็นหน้าผา อีกด้านหนึ่งเป็นเนินเขา ตรงที่นำรถขึ้นมานี่แหละ.. เป็นภูเขาลักษณะหินปนทราย บนเนินเขาและบริเวณรอบๆ ปกคลุมไปด้วยหมู่ไม้นานาชนิด
ทั้งหมดมีเนื้อที่โดยรอบประมาณ ๓ พันกว่าไร่ มียอดเขาที่ต่อเนื่อง ๓ ลูกด้วยกันคือยอดเขาภูสิงห์ ยอดเขาน้ำพุ และยอดเขาตาโพก ภูเขา แต่ละลูกรวมเป็นเทือกเขาเทือกหนึ่ง คู่ขนานกับเทือกเขาดงแร็ก ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างไทยกับเขมร อันธรรมขาติแบ่งปันไว้ให้

 

(แสดงให้เห็นว่า ในสมัยครั้งพุทธกาลยังไม่มีเส้นกั้นเขตแดนว่าเป็นของใคร ทั้งนี้ คงจะเป็นด้วยอำนาจพระพุทธญาณ พระองค์จึงได้ทรงแสดงรอยพระบาทไว้ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชายแดนทาง “อีสานตอนล่าง” ของประเทศไทย)


ตามประวัติการพบรอยพระพุทธบาทนั้นผู้พบเห็นรอยพระพุทธบาทเป็นคนแรกคือ แม่ชีมาก บุญประสิทธิ์ อายุ ๖๗ ปี เป็นคนในละแวกนี้โดยกำเนิด ได้ออกจาริกไปปฏิบัติพระกรรมฐานตามสถานที่ต่างๆ พร้อมกับเพื่อนแม่ชีมีชื่อว่า แม่ชีพร รัตนพันธ์ อายุก็รุ่นราวคราวเดียวกัน เมื่อปี ๒๕๒๕ ก็ได้จำพรรษาอยู่เขาตาโพก อันเป็นเขาบริวารของภูเขาน้ำพุ

อยู่มาถึงคืนวันหนึ่ง แม่ชีมากพร้อมด้วยเพื่อนแม่ชี ได้นั่งสมาธิภาวนาอย่างที่เคยปฏิบัติมา ปรากฏว่ามี “ชีผ้าขาว” คนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ เข้ามาสู่นิมิตพร้อมกับกล่าวว่า

“ทำไมเธอไม่ไปนมัสการและบูรณะรักษารอยพระพุทธบาทที่เขาน้ำพุที่ลานที่ปรากฏอยู่...?”

แม่ชีมากเองก็คิดว่าเป็นความฝันหรือเป็นอุปาทานของตัวเอง จึงได้วางเฉยเสีย เมื่อออกพรรษาแล้ว ย่างเข้าวันเพ็ญเดือน ๑๒ ตรงกับวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๕ ซึ่งนับเป็นวันที่พบรอยพระพุทธบาท

แม่ชีมากพร้อมด้วยแม่ชีพร ได้ชวนกันไปถวายจังหันพระที่เขาน้ำพุ ณ ที่เขาน้ำพุนั้น เป็นสำนักสงฆ์โดยอาศัยเงื้อมเขาเป็นที่พำนักมี “หลวงตาอ้วน” ซึ่งเป็นพระบวชเมื่อแก่ เป็นลูกหลาน “ชาวบ้านศาลา” นั่นเอง เป็นหัวหน้าสงฆ์ที่นั่น มีพระสงฆ์ประมาณ ๔-๕ รูป

พอถวายจังหันพระฉันเสร็จแล้ว แม่ชีมากได้เล่าเหตุการณ์ที่เป็นมาในระหว่างพรรษา ให้หลวงตาอ้วนฟังดังกล่าวแล้วข้างต้น หลวงตาอ้วนเกิดความสนใจเป็นอันมาก จึงได้ตกลงกันแยกย้ายค้นหาตามผลาญหิน ซึ่งมีมากมายบนเขาน้ำพุนั้น และยังรกรุงรังปกคลุมไปด้วยใบไม้ใบหญ้า ตลอดจนวัชพืชต่างๆ หนาแน่นยากแก่การที่จะเห็นได้

ขณะที่เดินไปมาพร้อมกับความหวังอันเลือนลางนั้น แม่ชีมากก็ได้มองไปเห็นรอยมีลักษณะเป็นหลุม ๔ - ๕ หลุม ดูผิดปกติเรียงกันอยู่ จึงได้เอาไม้เขี่ยดู เขี่ยไปเขี่ยมาก็ปรากฏว่าเป็นรอยฝ่าเท้าขนาดใหญ่ ยังความปีติโสมนัส แก่ผู้ร่วมเสาะหาเป็นอย่างยิ่ง จึงพากันทำความ สะอาด เก็บก้อนหินมาเรียงกั้นไว้ จุดธูปเทียน บูชาตามความเชื่อที่มีอยู่

ตั้งแต่นั้นมาข่าวว่าพบรอยเท้าขนาดใหญ่ ที่เขาน้ำพุ ก็แผ่ขยายออกไป แต่ก็ปรากฏเป็นข่าวเฉพาะในหมู่ชนละแวกนั้นเท่านั้น แท้จริงแล้วรอยเท้าขนาดใหญ่นี้ เมื่ออาตมาผู้เล่ายังเป็นเด็กอยู่ ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าให้ฟังว่า มีรอยเท้าขนาดใหญ่อยู่ทางตอนใต้ของอำเภอขุขันธ์ แต่เขาไม่ได้เรียกว่า “รอยพระพุทธบาท” เขาเรียกกันว่า “รอยเท้าของตาเบาะตาพรหม” ซึ่งเป็นคนพิเศษรูปร่างใหญ่โต แข็งแรง บึกบึนซึ่งคำนี้เป็นปรัมปราเล่ากันมาช้านานแล้ว เมื่ออาตมาโตขึ้นมาแล้ว คำนั้นไม่ได้ยินอีกเลย

ต่อไปนี้อาตมาขอลำดับเรื่องเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาท นับแต่ได้ไปชมและเกี่ยวข้องมาโดยตลอด อาตมาได้รับข่าวพบรอยพระพุทธบาทนี้เป็นครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๒๐ ก.พ. ๒๕๒๖ โดยพระครูปลัดสาย เจ้าอาวาสวัดตะเคียนรามเป็นผู้เล่าให้ฟัง ครั้นได้ไปธุระที่ “บ้านศาลา” จึงถือโอกาสไปเยี่ยมชมบ้าง

เมื่อดูเรียบร้อยแล้วก็ได้วัดดูขนาดของรอยเท้า ปรากฏว่ายาว ๑.๔๖ เมตร กว้าง ๖๖ ซ.ม. ความลึก ๓ ซ.ม. เป็นรอยเท้าด้านซ้าย ลักษณะเรียบ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ในขณะนั้นมีลักษณะเป็นรอยเงากงจักรท่ามกลางพระบาท ปรากฏให้เห็นด้วยอย่างชัดเจน ภายหลังประชาชนไปนมัสการเป็นจำนวนมาก ได้พากันขูดเอาน้ำมนต์ในรอยพระพุทธบาทและอะไรต่อมิอะไรโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ลักษณะอันนั้นเลยหายไป แต่ความศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเล่าว่า

นายอำเภอขุขันธ์นำน้ำจากรอยพระพุทธบาทไปทาที่แขนทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นเม็ดผื่นคันรักษาไม่หาย ปรากฏว่าโรคคันได้หายไปโดยเร็วและมีบุคคลอื่นหายจากป่วยเจ็บ จากน้ำในรอยพระพุทธบาทเช่นกัน แม้กับสัตว์เลี้ยง น้ำในรอยพระพุทธบาทก็รักษาหายได้

ต่อมาได้ประกาศให้ประชาชนและพระภิกษุสามเณรให้รับทราบ เมื่อเดินทางไปนมัสการ ต่างก็พรรณนาความงามแห่งรอยเท้าว่ามีลักษณะเป็นที่น่าเลื่อมใส และไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่น่าเชื่อว่าปุถุชนคนสามัญ จะสามารถสะกดรอยเท้าให้ปรากฏบนแผ่นหินอันแข็งกระด้างนี้ได้ พระภิกษุบางพวกก็พรรณนาว่าชรอยจะเป็นรอยเท้าของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างแน่นอน ตั้งแต่นั้นมาข่าวคราวก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทิศานุทิศ...”

ที่มา : www.tamroiphrabuddhabat.com/xmb/viewthread.php

 

เข้าชม : 4735

ข้อมูลอำเภอภูสิงห์ 5 อันดับล่าสุด

      ภาพถ่ายมุมสูงวัดไพรพัฒนา วัดหลวงปู่สรวง อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 15 ธ.ค. 2559
      คลิปวิดีโอ คำขวัญและประวัติอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 26 พ.ย. 2559
      ผ้าไหมบ้านนกยูงเงิน ผลิตภัณฑ์ OTOP อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ : Thai Silk Handmade local product from Phusing District Sisaket Province Thailand 18 พ.ย. 2559
      ข้าวหมาก ผลิตภัณฑ์ OTOP อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 18 พ.ย. 2559
      พระอัจฉริยภาพราชินี 20 ปีที่อำเภอ “ภูสิงห์” 18 ส.ค. 2557


ความคิดเห็นที่ 1
อังคาร ที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2553 เวลา 14:51:41
รูปภาพวัดรอยพระพุทธบาทภูสิงห์ ประวัติและรายละเอียดต่างๆ สามารถดูได้ ตามลิงคืนี้ครับ
http://www.danpranipparn.com/web/pratttas/pratta15mini17.html
โดย : pon    ไอพี : 223.206.35.25

ความคิดเห็นที่ 2
พุธ ที่ 10 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2553 เวลา 22:52:32
:9: ขอบคุณที่แนะนำลิ๊งค์เพิ่มเติม เป็นประโยชน์มาก
โดย : คนเดิม    ไอพี : 10.250.179.124



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :



กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ warapong.wdp@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

หน้าหลัก
ข้อมูลอำเภอภูสิงห์
หน่วยงานภูสิงห์
ร้านค้าภูสิงห์
คลิปวิดีโอภูสิงห์
ห้องแสดงภาพภูสิงห์
แหล่งท่องเที่ยวภูสิงห์
รีสอร์ท โรงแรม ที่พักภูสิงห์
ข่าวประชาสัมพันธ์ภูสิงห์

ข้อมูลจังหวัดศรีสะเกษ
ข่าวประชาสัมพันธ์ศรีสะเกษ
ข่าวสมัครงานศรีสะเกษ
ข่าวสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
ข่าวประกวดราคาศรีสะเกษ
หน่วยงานจังหวัดศรีสะเกษ
ห้องแสดงภาพศรีสะเกษ
โปรแกรมหนังศรีสะเกษ
คลิป วิดีโอศรีสะเกษ
แหล่งท่องเที่ยวศรีสะเกษ
ร้านค้าศรีสะเกษ
ร้านอาหารศรีสะเกษ

วัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ
วัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน
วัฒนธรรมไทย ภาคใต้
เรียนภาษาออนไลน์
เกมส์ออนไลน์
สมุนไพรน่ารู้
ความรู้เกี่ยวกับไอที
ธรรมะออนไลน์
ดูหนังออนไลน์
เที่ยวทั่วโลก
เที่ยวทั่วไทย
คลิป วิดีโอ
รูปภาพออนไลน์
รถยนต์
สาระน่ารู้
การศึกษา
เกษตรน่ารู้
เว็บไซต์น่าสนใจ
อาหาร
ที่พัก
ทั่วไป