[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.phusing.com
อำเภอภูสิงห์
หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวประชาสัมพันธ์ | บทความน่ารู้ | กระดานถามตอบ | สมาชิก | ติดต่อเรา |

  

วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน

ประวัติศาสตร์เมืองกันทรวิชัย


อังคาร ที่ 14 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2559

ประวัติศาสตร์เมืองกันทรวิชัย

การตั้งเมืองและเหตุการณ์สำคัญ

            บริเวณที่ตั้งเมืองกันทรวิชัยเคยเป็นเมืองเก่ามาก่อนคือเมืองคันธารราษฎร์ หรือ คันธาธิราชเป็นเมืองที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาในสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) เพราะยังปรากฎร่องรอยของคูน้ำรอบเมืองอยู่ในปัจจุบัน หลักฐานอื่นๆ ที่พบคือ พระพุทธรูปยืนสลักด้วยหินสมัยทวารวดี และพระพิมพ์ดินเผาจำนวนมาก พระพิมพ์ดินเผาองค์หนึ่งได้เป็นแบบนำมาหล่อเป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัดมหาสารคามในปัจจุบันมี 2 องค์ คือ องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม และอีกองค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ที่สถาบันวิจัยศิลปวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

            ในปี พ.ศ.2417 พระยาชัยสุนทร (หนู) เจ้าเมืองกาฬสินธุ์ ได้ขอตั้งบ้านคันธาธิราช (คันทราร้าง) เป็นเมืองพร้อมกับขอแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าเมืองและกรมการไปยังกรุงเทพฯ (เพี้ยคำมูลเป็นชาวเมืองมหาสารคาม ได้รวบรวมตัวเลขได้ 2,700 คน) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านคันทราร้าง หรือบ้านคันธาธิราช (ปัจจุบันคือบ้านคันธาร์) เป็น เมืองกันทรวิชัย โปรดเกล้าฯ ให้เพี้ยคำมูล หลานพระขัตติยวงศา (สีลัง:เจ้าเมืองร้อยเอ็ด) เป็นพระปทุมวิเศษ เจ้าเมืองกันทรวิชัยคนแรก ได้รับพระราชทานเครื่องยศตามตำแหน่งเจ้าเมืองตรี เช่น ถาดหมากคนโทเงิน 1 สำรับ สัปทนแพร 1 คัน และเสื้อเข้มขาบริ้วขอ 1 ตัว เป็นต้น

            ส่วนเพี้ยเมืองแกที่เจ้าเมืองกาฬสินธุ์ขอตั้งให้เป็นอุปฮาดและได้รับตำแหน่งอุปฮาดตามที่พระยาชัยสุนทรเจ้าเมืองกาฬสินธุ์มีใบบอกแจ้งเข้าไป ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ของกรมการเมืองกันทรวิชัย คือ

            เพี้ยเมืองทอ     เป็นราชวงศ์

            เพี้ยใชยสุริยา  เป็นราชบุตร

            เพี้ยนามวิเศษ เป็นผู้ช่วยราชการและได้รับแต่งตั้งเป็น หลวงจำนงภักดี นับเป็นตำแหน่งแรกของเมืองนี้ที่ทางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งตามแบบแผนของหัวเมืองชั้นใน ซึ่งมีชื่อแตกต่างจากตำแหน่งอาญาสี่และตำแหน่งรองๆ ลงมา ตามแบบแผนของหัวเมืองภาคอีสานส่วนใหญ่ในขณะนั้น

            ในปี พ.ศ.2425 ได้เกิดคดีความเมืองระหว่างพระประทุมวิเศษ และราชวงศ์ (เพี้ยเมืองทอ) เมืองกันทรวิชัยกับเพี้ยเมืองกลาง ซึ่งรับราชการอยู่ที่เมืองมหาสารคาม เมื่อความทราบถึงพระกรรณ จึงโปรดเกล้าฯ ให้คู่กรณีลงไปชำระคดีที่กรุงเทพฯ พระประทุมวิเศษเกิดเจ็บป่วยถึงแก่อนิจกรรม ณ กรุงเทพฯ ในปีนั้นเอง เพี้ยเมืองแกซึ่งทำหน้าที่ในตำแหน่งอุปฮาดกับราชบุตร (ไชยสุริยา) เป็นผู้รับผิดชอบในราชการบ้านเมืองต่อมาประมาณ 10 ปี ภายหลังเพี้ยเมืองแกเห็นว่าตนชราภาพมากแล้ว จึงมีใบบอกขอตั้งท้าวทองคำ (หลานพระขัตติยวงศา-จันทร์) จากเมืองร้อยเอ็ด เป็นผู้รักษาราชการในตำแหน่งเจ้าเมืองและขอตั้งหลวงศรีสงครามเป็นราชวงศ์ หลวงจำนงภักดีเป็นผู้ช่วยราชการเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งตำแหน่งต่างๆ ตามที่มีใบบอกลงไปยังกรุงเทพฯ

            เมืองกันทรวิชัยมีเจ้าเมืองที่ได้รับแต่งตั้งจากกรุงเทพมหานคร คือ พระประทุมวิเศษ (เค้ามูล พ.ศ.2417-2426) และท้าวทองคำ เป็นผู้รักษาราชการแทนเจ้าเมืองตั้งแต่ พ.ศ.2436 จนถึงปี พ.ศ.2443 รัฐบาลจึงได้ประกาศยุบเมืองกันทรวิชัยลงเป็นอำเภอ ตามระเบียบราชการบ้านเมือง หรือตามการจัดการปกครองแบบเทศาภิบาล อำเภอกันทรวิชัยมีนายอำเภอปกครองสืบต่อกันมาอีก 4 คน คือ นายชุ่ม (พ.ศ.2444-2445) อัครบุตร (ท้าวโคตร พ.ศ.2445-2446) นายสุพรหม ศิริกิจ (พ.ศ.2446-2452) และท้าวขัตติยะ (พ.ศ.2452-2454) ทางราชการจึงได้โอนอำเภอกันทรวิชัยจากเมืองกาฬสินธุ์ไปขึ้นกับเมืองร้อยเอ็ด ในปี พ.ศ.2453 ต่อมาในปี พ.ศ.2456 อำเภอกันทรวิชัยได้โอนมาขึ้นกับเมืองมหาสารคามจนถึงปัจจุบัน

            ในสมัยที่หลวงชาญรัฐกิจ (เชย) เป็นนายอำเภอกันทรวิชัย (พ.ศ.2455-2463) ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอจากที่เดิม (บ้านคันธาร์ปัจจุบัน) ไปที่บ้านโคกพระทางทิศเหนือของหนองบัวเมื่อ พ.ศ.2458 แล้วเป็นชื่อเป็น อำเภอโคกพระ ในปี พ.ศ.2460 ในปี พ.ศ.2482 พระยาสุนทรพิพิธ (เชย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศเปลี่ยนชื่ออำเภอให้เหมาะสมและเป็นระบบเดียวกัน (อำเภอใดที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของจังหวัดให้ตัดคำว่า “เมือง” มานำหน้าชื่อจังหวัด) อำเภอโคกพระก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น อำเภอกันทรวิชัย มาจนถึงปัจจุบัน

            นายอำเภอกันทรวิชัยที่มีชื่อเสียง และได้รับราชการเจริญก้าวหน้าในราชการมีหลายท่าน เช่น นายฉลอง สูตรสุวรรณ เป็นนายอำเภอกันทรวิชัยระหว่าง พ.ศ.2488-2496 นายชำนาญ พจนา (อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย) เป็นนายอำเภอกันทรวิชัยระหว่าง พ.ศ.2501-2505 เป็นตั้น

 

 

ผู้เรียบเรียง    ไพฑูรย์ มีกุศล

ที่มา                หนังสือสารานุกรมไทยภาคอีสาน เล่ม 1

เข้าชม : 801

วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน 5 อันดับล่าสุด

      อำเภอกาบเชิง 27 พ.ค. 2560
      ยากาง, ยาซาง 27 พ.ค. 2560
      ตำราหมอดู กาจับหลัก 4 มี.ค. 2560
      กัวอู๊ ประเพณีการอยู่ไฟของชาวกวย(ส่วย) 22 ก.พ. 2560
      เครื่องจองจำ กับตีน 22 ก.พ. 2560




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :



กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ warapong.wdp@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

PRchecker.info


หน้าหลัก
ข้อมูลอำเภอภูสิงห์
หน่วยงานภูสิงห์
ร้านค้าภูสิงห์
คลิปวิดีโอภูสิงห์
ห้องแสดงภาพภูสิงห์
แหล่งท่องเที่ยวภูสิงห์
รีสอร์ท โรงแรม ที่พักภูสิงห์
ข่าวประชาสัมพันธ์ภูสิงห์

ข่าวประชาสัมพันธ์ศรีสะเกษ
ข่าวสมัครงานศรีสะเกษ
ข่าวสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
ข่าวประกวดราคาศรีสะเกษ
หน่วยงานจังหวัดศรีสะเกษ
ห้องแสดงภาพศรีสะเกษ
โปรแกรมหนังศรีสะเกษ
คลิป วิดีโอศรีสะเกษ
แหล่งท่องเที่ยวศรีสะเกษ
ร้านค้าศรีสะเกษ
ร้านอาหารศรีสะเกษ

วัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ
วัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน
วัฒนธรรมไทย ภาคใต้
เรียนภาษาออนไลน์
เกมส์ออนไลน์
สมุนไพรน่ารู้
ความรู้เกี่ยวกับไอที
ธรรมะออนไลน์
ดูหนังออนไลน์
เที่ยวทั่วโลก
เที่ยวทั่วไทย
คลิป วิดีโอ
รูปภาพออนไลน์
รถยนต์
สาระน่ารู้
การศึกษา
เกษตรน่ารู้
เว็บไซต์น่าสนใจ
อาหาร
ที่พัก
ทั่วไป