[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.phusing.com
อำเภอภูสิงห์
หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวประชาสัมพันธ์ | บทความน่ารู้ | กระดานถามตอบ | สมาชิก | ติดต่อเรา |

  

วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน

กันตรึม (ดนตรีเขมร)


จันทร์ ที่ 25 เดือน เมษายน พ.ศ.2559

กันตรึม (ดนตรีเขมร)

            กันตรึม หรือ กันโจ๊ะกันตรึม เป็นดนตรีของกลุ่มวัฒนธรรมเขมรในเขตจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และบางส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ มีทำนองเพลง เนื้อเพลง และเครื่องดนตรีเฉพาะของกลุ่มวัฒนธรรมเขมร ภาษาที่ใช้ร้องเพลงกันตรึมคือภาษาถิ่นเขมร ซึ่งคนไทยในบริเวณนั้นใช้เป็นภาษาสื่อสารในชีวิตประจำวัน ทำนองเพลงกันตรึมมีหลากหลาย จากทำนองเชื่องช้าอ้อยอิ่ง จนไปถึงทำนองเร็ว คึกคะนอง สนุกสนาน ปัจจุบันใช้ทั้งภาษาไทย เพลงลูกทุ่ง ภาษาถิ่นอีสาน (ลาว) ประยุกต์เป็นเนื้อร้องโดยใช้ทำนองเพลงกันตรึม

 ไหว้ครูกรันตรึม วงกันตรึม

เครื่องดนตรี

            1. กลองกันตรึม           2          ตัว

            2. ซอตรัวเอก               1          คัน

            3. ปี่อ้อ                         1          เลา

            4. เครื่องให้จังหวะ ได้แก่ ฉิ่ง ฉาบ กรับ

 

บทเพลงที่ใช้ร้อง

            เนื้อหาบทเพลงที่ใช้ร้องไม่นิยมร้องเป็นเรื่องเป็นราวมักใช้บทร้องทำนองเบ็ดเตล็ด บทเกี้ยวพาราสี บทพรรณนาบทรำพึงรำพัน

            บทร้องกันตรึมแต่เดิมมีหลายบท มักเป็นบทช้าเนิบนาบ เหมาะกับการเล่นในสมัยก่อน เป็นบทที่เล่นเพื่อความไพเราะ ได้แก่บทแสร็ยเสตอร์ แสร็ยปะเสอร์ สวายจุมเวือด ซมโปง ซมโปงเซาะทม ซมโปงจานแบก ละลืย

            บทร้องในสมัยปัจจุบันมีมากมายหลายบท บางครั้งนำบทเพลงไทยมาประยุกต์ใช้ในการร้อง ตัวอย่างบทที่นิยมในปัจจุบันได้แก่ บทอมตูก บทรำพาย บทรำเป็อย บทนอระแกว บทอาไย บทเคมาแม บทเชิ้บๆ บทกัญจัญเจก บทกัดเตรย

            ความไพเราะของการเล่นกันตรึม อยู่ที่เสียงผู้ร้องและความไพเราะของเสียงดนตรี ส่วนท่ารำเป็นเพียงบทประกอบการแสดง กันตรึมที่ดีจริงๆ จึงต้องประกอบด้วยฝ่ายชายและหญิงที่มีเสียงดีมีลีลาการร้องดี ประกอบกับซอตรัวเอกที่มีเสียงไพเราะ กลองมีเสียงทุ้มหนัก และเสียงปี่อ้อที่ชัดเจน

 

ลักษณะบทร้อง

            บทร้องกันตรึมไม่ว่าบทใด มีจังหวะการร้องแตกต่างกันอย่างไร ก็ตามคำประพันธ์ที่นำมาใช้จัดเป็นคำประพันธ์บทเดียวกัน ซึ่งเขมรเรียกคำประพันธ์ชนิดนี้ว่า “บทกากคติ” ซึ่งตรงกับกาพย์สุรางคนางค์ของไทย มีแผนผังลักษณะบังคับ ดังนี้

 บทกากคติ

คณะ บทหนึ่งมี 7 วรรค วรรคหนึ่งมี 4 พยางค์

สัมผัส              -           พยางค์ที่ 4 วรรคที่ 1 ส่งสัมผัสไปยัง

                                    พยางค์ที่ 4 วรรคที่ 2

                        -           พยางค์ที่ 4 วรรคที่ 3 ส่งสัมผัสไปยัง

                                    พยางค์ที่ 4 วรรคที่ 5 และวรรคที่ 6

 

ตัวอย่างคำประพันธ์

            1. ผการีกผกาโรย                    เนียงนาเดิรโกรย

            เริสผกาบองผอง                      เนียงเริสมินเริส

            ก็อมเดิรกันลอง                        เริสผกาบองผอง

                        ผกาบองแตมวยฯ

คำแปล

                        “ดอกไม้บานดอกไม้โรย           สาวใดที่เดินตามหลัง

            ขอให้เก็บดอกไม้พี่ด้วย                        น้องจะเก็บหรือไม่เก็บ

            ขอเพียงอย่าเดินข้าม                           ขอให้เก็บดอกไม้พี่ด้วย

                                    ดอกไม้ของพี่ช่อเดียว

            2.         “โลกทกผกาผอง                     พิโฎรพิดโหง

            บุษบาบวร                                           กสินีแกลบตรลบ

            สายสรรพภิศกร                                   เหิยโรยแกสร

                        บัดบุษป์คนธาฯ

คำแปล

          “ท่านว่าดอกไม้ทั้งหลาย          ที่หอมฟุ้งไปไกล

เพื่อดอกไม้อันงาม                               กลิ่นหอมท่องเกสรตลบ

ฟุ้งกระจายไปทุกทิศ                            แต่เมื่อยามเกสรร่วงโรย

                        กลิ่นของดอกไม้ก็หายไป”

(จากวรรณกรรมฉบับโกนเจา)

 

การนำบทกากคติร้องกันตรึม

            บทร้องกันตรึมทุกบท นำไปจากบทกากคติทั้งสิ้น โดยเพิ่มวรรคที่ 1 ของทุกบทกากคติทั้งสิ้น ดังนั้นคำร้องจะมีลักษณะ ดังนี้

                        “ผการีกผกาโรย           ผการีกผกาโรย

            เนียงนาเดิรโกรย                      เริสผกาบองผอง

            เนียงเริสมินเริส                        ก็อมเดิรกันลอง

            เริสผกาบองผอง                      ผกาบองแตมวย

            คำประพันธ์ดังกล่าว ตรงกับ “กาพย์สุรางคนางค์” กาพย์สุรางคนางค์ มี 2 ประเภท คือ

            1. กาพย์สุรางคนางค์ 28 คือ บทกากคติของเขมรนั่นเอง มีลักษณะบังคับทางฉันทลักษณ์อย่างเดียวกัน

            2. กาพย์สุรางคนางค์ 32 คือ มีลักษณะทางฉันทลักษณ์แบบเดียวกับ กาพย์สุรางคนางค์ 28 แต่เพิ่มวรรคท้ายอีก 1 วรรค 4 คำ ซึ่งเป็นกาพย์สุรางคนางค์ 32

            กาพย์สุรางคนางค์ 28 หรือ 32 ที่เขมรเรียกว่าบทกากคตินี้เอง ที่ชาวบ้านในแถบอีสานใต้นำมาร้องทำนองกันตรึม

            บทร้องกันตรึมปัจจุบัน ผู้ร้องมักดัดแปลงหรือประดิษฐ์คำร้องขึ้นใหม่ หรือร้องแบบด้นกลอนสด ทำให้ความไพเราะในแง่ของความหมายมีน้อย ไม่เหมือนบทร้องเก่าที่มีสัมผัสถูกต้อง กินความ ไพเราะทั้งเสียงและความหมาย จากลักษณะบังคับของกากคติ หรือกาพย์สุรางคนางค์ที่นำมากล่าวแล้ว เราสามารถนำหลักนี้ไปเทียบว่าเป็นบทร้องใหม่หรือบทร้องเก่า มีการดัดแปลงหรือผิดเพี้ยนไปเพราะการจดจำต่อๆ กันมาหรือไม่ ตัวอย่าง

                        “เนียงเหมี่ยห์ปรอลึง                เนียงเมี่ยะห์ปรอลึง

            ก็อมบ็อดตามสตึง                               ก็อมแบตามไถง

            เนียงแบตามบอง                                 เกรือนบานเดอะได

            เนียงแบตามไถง                                  ไถงลิจจอลแสร็ยเด็ญ”

คำแปล

                        เจ้าเนื้อทองขวัญพี่                   เจ้าเนื้อทองขวัญพี่

            เจ้าอย่าหันไปตามแม่น้ำ                      อย่าหันไปตามตะวัน

            ถ้าเจ้าหันตามพี่                                   เผื่อจะได้จูงมือ (แต่งงาน)

            เจ้าหันไปตามตะวัน                             ดวงตะวันจะลับทิ้งเจ้าไป

            บทที่ยกมาดังกล่าว มีลักษณะทางฉันทลักษ์เป็นแบบกากคติ หรือกาพย์สุรางคนางค์ถูกต้องทุกประการ จึงถือว่าเป็นบทเก่า ทั้งความก็ดี มีความไพเราะเหมาะสมทุกวรรค บทร้องเก่าๆ ลักษณะนี้ปัจจุบันหายากมาก เนื่องจากไม่มีผู้บันทึกไว้ เมื่อร้องต่อๆ กันมาโดยการจดจำทำให้บทเดิมผิดเพี้ยนไปมาก น่าจะมีผู้รวบรวมบทเดิมๆ ไว้จะเป็นการดีทีเดียว

 

การเสริมคำสร้อยลงไปในบทร้อง

            บทร้องที่เป็นหลักในการร้องกันตรึม คือบทกากคติหรือกาพย์สุรางคนางค์ แต่เมื่อผู้ร้องนำไปร้องในทำนองต่างๆ จะต้องใช้วิธีการเติมคำสร้อยลงไปในระหว่างวรรค เพื่อให้เหมาะกับทำนองที่แตกต่างกันไป คำสร้อยที่เติมลงไปนั้น สั้นบ้าง ยาวบ้าง ตามลักษณะทำนองบทร้องนั้นๆ

 

ตัวอย่างคำสร้อย

บทหลัก

            “อำเอยเนียงอำ            อำเอยเนียงอำ

เปรี๊ยห์ปุ๊ดโลกผดำ                   ออยอำบานบอง

บองดำโปมวย                         มินเตือนบานฉลอง

ออยอำบานบอง                       ฉลองโปรวมเคนีย”

คำแปล

          อำเอ๋ยน้องอำ                           อำเอ๋ยน้องอำ

พระพุทธเจ้าท่านฝากคำไว้ว่า              ให้อำเป็นของพี่

พี่ปลูกโพธิ์ไว้ต้นหนึ่ง                            แต่ยังไม่ได้ฉลอง

ให้อำเป็นของพี่                                    เราจะฉลองต้นโพธิ์ร่วมกัน

 

1. บทแกวนอ

                        อำเอยเนียงอำ (ทาออ) อำเอยเนียงอำ

(ทาออ) เปรี๊ยห์ปุ๊ดโลกผดำ                  (ทาออ) ออยอำบานบอง

(แกวนอ เนียงนอ ทาออ)                      ออยอำบานบองฯ

                        บองดำโปมวย (ทาออ)             มินเดือนบานฉลอง (ซ้ำ)

(ทาออ) ออยอำบานบอง                      (ทาออ) ฉลองโปรวมเคนีย

(แกวนอ เนียงนอ ทาออ)                      ฉลองโปรวมเคนียฯ

2. บทอาไย

                        อำเอยเนียงอำ             อำเอยเนียงอำ (ซ้ำ)

เปรี๊ยห์ปุ๊ดโลกผดำ                   (เออ เออ เอิง เอย) ออยอำบานบอง (ซ้ำ)

            บองดำโปมวย             มินเตือนบานฉลอง (ซ้ำ)

ออยอำบานบอง                       (เออ เออ เอิง เอย) ฉลองโปรวมเคนียฯ

3. บทผการันเจก

                        อำเอยเนียงอำ (ซ้ำ)                  เปรี๊ยห์ปุ๊ดโลกผดำ (ซ้ำ)

            ออยอำบานบอง

                        บองดำโปมวย                         มินเตือนบานฉลอง

            ออยอำบานบอง (ซ้ำ)                           ฉลองโปรวมเคนียฯ

4. บทกะโน้บติงต็อง

                        (ทาออ) อำเอยเนียงอำ (สงสาร์บองเอย) อำเอยเนียงอำ (ซ้ำ)

            (ทาออ) เปรี๊ยห์ปุ๊ด เปรี๊ยห์ปุดโลกผดำ (ซ้ำ)     (สงสาร์ บองเอย) ออยอำบานบองฯ

                        (ทาออ) บองดำโปมวย             (สงสาร์บองเอย) มินเตือนบานฉลอง (ซ้ำ)

            (ทาออ) ออยอำ ออยอำบานบอง (ซ้ำ)              (สงสาร์บองเอย) ฉลองโปรวมเคนียฯ

                        (สงสาร์-คนรัก              บองเอย-พี่เอ๋ย)

5. บทร้องอมตูก (พายเรือ)

                        อำเอยเนียงอำ (กรอม็อมบองเอย)                   อำเอยเนียงอำ (ซ้ำ)

            เปรี๊ยห์ปุ๊ดโลกผดำ (กรอม็อมบองเอย)                                    ออยอำบานบอง

                        บองดำโปมวย (กรอม็อมบองเอย)                   มินเตือนบานฉลอง

            ออยอำบานบอง (กรอม็อมบองเอย)                            ฉลองโปรวมเคนียฯ

                                    (กรอม็อม-สาว             บองเอย-พี่เอย)

6. บทอมตูกเวง (พายเรือยาว)

                        อำเอยเนียงอำ (ก็อนเล้าะห์เนียงเอย)              อำเอยเนียงอำ

            (ทาออ) เปรี๊ยห์ปุ๊ดโลกผดำ (ก็อนเล้าะห์เนียงเอย)       ออยอำบานบอง

                        บองดำโปมวย (ก็อนเล้าะห์เนียงเอย)              มินเตือนบานฉลอง

            (ทาออ) ออยอำบานบอง (ก็อนเล้าห์เนียงเอย) ฉลองโปรวมเคนียฯ

                                    (ก็อนเล้าะห์-หนุ่ม        เนียงเอย-น้องเอย)

7. บทรำเป็อย (รำพึงรำพัน)

                        (ทาออ) อำเอยเนียงอำ (กรอม็อมเนียงเอย)                 อำเอยเนียงอำ

            (ทาออ) เปรี๊ยห์ปุ๊ดโลกผดำ (กรอม็อมเนียงเอย)                       ออยอำบานบอง

                        (ทาออ) บองดำโปมวย (กรอม็อมเนียงเอย)                 มินเตือนบานฉลอง

            (ทาออ) ออยอำบานบอง (กรอม็อมเนียงเอย)                           ฉลองโปรวมเคนียฯ

                                    (กรอม็อม-สาว             เนียงเอย-น้องเอย)

 

ลักษณะคำสร้อย

            คำสร้อยเป็นบทเพลงส่วนหนึ่งของบทเพลงกันตรึมที่จะขาดไม่ได้ เนื่องจากคำสร้อยเป็นส่วนที่ทำให้เพลงที่ร้องมีความไพเราะ เหมาะสมและมีชีวิตชีวา มีสีสัน ช่วยเสริมความหมายในบทเพลงให้หนักแน่นยิ่งขึ้น บทร้องใดๆ ก็ตาม ถ้าผู้ร้องรู้จักเติมคำสร้อยให้เหมาะสม จะทำให้บทร้องไม่กระด้าง ไม่จืดชืด ดังนั้นคำสร้อยจึงเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งของบทร้องกันตรึม

            คำสร้อยอาจแบ่งตามลักษณะได้ 2 ประเภท คือ

            1. คำสร้อยที่มีความหมาย ได้แก่ กรอม็อมบองเอย-สาวพี่เอย ก็อนเลาะห์เนียงเอย-หนุ่มน้องเอย แกวนอแก้วเอ๋ย ส็องสาร์บองเอย-คนรัพี่เอย ส็องสาร์เนียงเอย-คนรักน้องเอย ฯลฯ

            2. คำสร้อยที่ไม่มีความหมาย ได้แก่ ทาออ ออ สาระยัง

 

บทร้องกันตรึม

1. บทร้องดั้งเดิม

            ที่เรียกว่าบทร้องดั้งเดิม ผู้เขียนหมายถึงบทร้องที่มีคามถูกต้องตามฉันทลักษณ์ครบตามบทกากคติ หรือกาพย์สุรางคนางค์ 28 หรือ 32 มีลักษณะจำนวนคำและสัมผัสถูกต้อง กินความ มีความหมายและมีความไพเราะ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างบทร้องกันตรึมที่ผู้เขียนตัดคำสร้อยออก คงเหลือแต่บทร้องบทเดิมจริงๆ เท่านั้น อนึ่งบทร้องดังกล่าวรวบรวมมาจากบทร้องกันตรึมคณะบ้านดงมัน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

            1. “ผดำเอยผดำผแด               ผอำเอยผอำผแด

เนียงผดำบ็อนแถ                     บองนิ่ห์จำกรบ

ผโกร์เลือนแอเจิง                     เฉลยเลิงถอยถ็อบ

บองนิ่ห์จำกรบ                         เปียกแดลผโอนผดำฯ”

คำแปล

                        ฝากเอ๋ยฝากฝัง            ฝากเอ๋ยฝากฝัง

            คำน้องที่เคยฝากฝัง                 พี่นี้จำได้ครบทุกอย่าง

            ฟ้าร้องทางทิศเหนือ                 ร้องโต้ขึ้นมาทำให้หนักใจ

            พี่นี้จำครบทุกอย่าง                  ในคำที่น้องเคยฝากฝัง

 

            2.”ผโกร์เลือนแอเจิง                 เฉลยเลิงมดองปรำ

            เดกเหยรึงขะเตือม                   สเตอร์ดัจขย็อลสลับ

            ผโกร์เลือนแอตโบง                  เฉลยเลิงแนนนับ

            สเตอร์ดัจขย็อลสลับ                ผกับมุขนึงเขนยฯ”

คำแปล

                        ฟ้าร้องทางทิศเหนือ     ร้องโต้ทีละห้าครั้ง

            พี่นอนแล้วยังช้ำใจ                   แทบจะสิ้นลมปราณ

            ฟ้าร้องทางทิศใต้                      ร้องโต้อย่างหนักแน่น

            พี่แทบจะสิ้นลมปราณ             ซุกใบหน้าลงบนหมอน

 

            3.”ก็อมเภมสลาบเขมา            ก็อมเภมสลาบเขมา

            ปรั๊วะห์ปีบองเต็อว                   ลือผโกร์มินบาน

            เลิกบายนึงโหบ                       แฉอดเหยมินเคลียน

            ลือผโกร์มินบาน                       เลิกบายตุกเซินฯ”

คำแปล

                        เจ้าแมงทับปีกดำ         เจ้าแมงทับปีกดำ

            เจ้าพรากจากพี่ไป                    พี่ได้ยินเสียงฟ้าร้องไม่ได้

            ยกข้าวขึ้นจะกิน                       กลับอิ่มไม่รู้สึกหิว

            ยินเสียงฟ้าร้องไม่ได้                ต้องยกกับข้าวเอาไว้ก่อน

 

            4.”สรอเน้าห์โปลโตก               ยุมโสกแผลเจร็อย

            เทอบ็อนอเว็อย                        ออยเจร็อยแผลเตียด

            เจร็อยแผลปีมุน                       แผลจอลมะเสียด

            ออยเจร็อยแผลเดียด               เกรือนบานสัดสีฯ”

คำแปล

                        สงสารเจ้านกโพระดก  เฝ้ามองหาผลไทร

            ทำบุญอะไรเล่า                        ถึงทำให้ไทรมีผลอีก

            ไทรที่ออกผลเมื่อก่อน               มีผลทิ้งไปเสียเปล่า

            ขอให้ไทรออกผลอีก                 เผื่อนกจะได้กิน

 

            5.”ผการันเจก                          ผการันเจก

            ก็อมปุงแตรีก                           ออนออยเกกัจ

            เปียกแดลอันแย็ยเคนีย           กัวร์เอยแสร็ยพลิจ

            ออนออยเกกัจ                          พลิจขลวนบองเหยฯ”

คำแปล

                        โอ้เจ้าดอกลำเจียก       โอ้เจ้าดอกลำเจียก

            กำลังเบ่งบาน                          มาโน้มให้เขาเด็ด

            คำที่เราเคยพูดจากัน               ควรหรือเจ้ามาลืม

            มาโน้มให้เขาเด็ด                     ลืมพี่เสียแล้ว

 

            6.”ส็วสเอยเนียงส็วส               ส็วสเอยเนียงส็วส

            บองเลียเด็อวบ็วส                    เมอแมแจกบองผอง

            เกรือนแสร็อวเนียงเจ๊อะ           เกรือนตึกแสร็ยดอง

            เมอแมแจกบองผอง                 เสรือมบองเสิกโมฯ”

คำแปล

                        เจ้าผู้มีศรีสวัสดิ์            เจ้าผู้มีศรีสวัสดิ์

            พี่ขอลาน้องไปบวช                  ดูแลแม่ให้พี่ด้วย

            เผื่อข้าวน้องช่วยตำ                  เผื่อน้ำน้องช่วยตัก

            ดูแลแม่ให้พี่ด้วย                      จนกวาพี่จะสึกออกมา

 

            7.”ส็วสเอยบองส็วส                ส็วสเอยบองส็วส

            บองเลียเต็อวบ็วส                    บองบ็วสแอเวือดนา

            บองบ็วสเวือดจำปี                   รือบ็วสเวือดจำปา

            บองบ็วสเวือดนา                     ขญมโสมจูนจังหันฯ”

คำแปล

                        พี่ผู้มีศรีสวัสดิ์               พี่ผู้มีศรีสวัสดิ์

            พี่ลาน้องไปบวช                       พี่บวชที่วัดไหน

            พี่บวชที่วัดจำปี                        หรือบวชที่วัดจำปา

            พี่บวชที่วัดไหน                         น้องจะคอยส่งจังหันฯ”

 

            8.”จูนเตียงสลาฉาก                จูนเตียงมลูฉัน

            เนียงโสมจูนจังกัน                   จีโปร์ส็องกแด็ย

            เนียงเบิดก็อนล่ะ                     ขว่ะตรวยปรำแบ็ย

            ขลวนเนียงเจียแสร็ย                โสมเทอบ็อนผองฯ”

คำแปล

                        ส่งทั้งหมาก                  ส่งทั้งพลูให้ฉัน

            น้องขอส่งจังหัน                       จีวรและสังฆาฏิ

            น้องเหลาไม้กลัด                      เพราะยังขาดกระทังทั้งแปด

            ตัวน้องเป็นหญิง                      ขอทำบุญด้วยคน

 

            9.”แสร็ยเคมาลอลืบ                แสร็ยเคมาลอลืบ

            บองโสมตรอเปือลเถิบ             โขจขาดป็อนมาน

            บองเถิบไถงเน่ะ                       แสอกเลิงบองขาน

            โขจขาดป็อนมาน                     ตรอเปือลเน็อวโดจแดลฯ”

คำแปล

                        เจ้าผู้มีผิวคมขำ            โอ้เจ้าผู้มีผิวคมขำ

            พี่ขอแก้มเจ้าหอม                     จะเสียหายสักเท่าใด

            พี่หอมแก้มวันนี้                        พรุ่งนี้พี่ก็เว้นว่าง

            จะเสียหายสักเท่าใด               แก้มยังอยู่เหมือนเดิม

 

            10.”แสร็ยสอส็อนธ็อด             แสร็ยสอส็อนธ็อด

            เจียสเวียงมิผ็อด                      เตร็อวโยแผด็ยสร็อกฉงาย

            บานแผด็ยสร็อกเบียด             เกรือนบานเคิญมนาย

            บานแผด็ยสร็อกฉงาย             มนายกึดแสร็ยเด็ญฯ”

คำแปล

                        สาวผู้มีผิวขาวงาม       โอ้สาวผู้มีผิวงาม

            เจ้าหลีกเว้นไม่พ้น                    จำต้องมีสามีบ้านไกล

            แม้นมีคู่อยู่บ้านใกล้                 เผื่อจะได้เห็นหน้าแม่

            เจ้าได้ผัวบ้านไกล                    ม่จะคิดถึงเจ้าเท่าไรหนอฯ”

 

            11.”สลาเอยสลาเจรง              สลาเอยสลาเจรง

            โจลโมตันเน็ง                           แขฉนำมินเตร็อว

            อาเปร๊าะฉนำจูด                      เนียงแสร็ยฉนำเฉล็อว

            แขฉนำมินเตร็อว                      โสมเอ็อวบ็อนถอยเสินฯ”

คำแปล

                        หมากเอ๋ยเจ้าหมากงาม           หมากเอ๋ยเจ้าหมากงาม

            เข้าไปสู่ขอสอบถาม                             แต่เดือนปีไม่ตรงกัน

            ผู้ชายปีชวด                                         ฝ่ายหญิงปีฉลู

            เดือนปีไม่สมพงศ์กัน                            บอกพ่อขอหยุดเอาไว้ก่อน

 

            12.”สรอเน้าะสลาฉาก                         สรอเน้าะสลาฉาก

            ลือโสร์ปรอนาก                                    สลาแบกเจียบวน

            อามวยถนอมเจิด                                 อามวยถนอมขลวน

            สลาแบกเจียบวน                                ตรูงบองรึงขเตือมฯ”

คำแปล

                        สงสารหมากที่หนีบ                  สงสารหมากที่หนีบ

            ได้ยินเสียงกรรไกร                               ผลหมากแยกออกเป็นสี่ซีก

            ซึกหนึ่งถนอมใจตนเอง                        อีกซีกหนึ่งถนอมกาย

            ผลหมากแยกออกเป็นสี่ซีก                  อกพี่ยิ่งช้ำหมอง

 

            13.”เนียงเกมงบองเกมง                     เนียงเกมงบองเกมง

            บองจับไดแสร็ยเลง                             กัวร์เอยแสร็ยยุม

            เนียงโปรมมินโปรม                              จ๊ะห์นาบ็งข็อม

            กัวร์เอยแสร็ยยุม                                  ออยบองเอียลเกฯ”

คำแปล

                        น้องก็ยังเด็ก                            พี่เองก็ยังเด็ก

            เขียงต้องแขนนิดเดียว                         ควรหรือเจ้ามาร้องไห้

            น้องจะไม่ยินยอมพร้อมใจ                   เฒ่าแก่คนไหนบังคับ

            ควรหรือเจ้ามาร้องไห้                           ให้พี่อายเขา

 

            14.”อุมเอยเนียงอุม                             อุมเอยเนียงอุม

            กำเล้าะเจรินจุม                                   โดจขมุมโยผกา

            โยปีแขแจตร                                        รอโหดด็อลแขผสาร์

            โดจขมุมโยผกา                                    ป็อมเป็ญล็อมอองฯ”

คำแปล

                        อุมเอ๋ยน้องอุม                          อุมเอ๋ยน้องอุม

            หนุ่มๆ มากลุ้มรุมเจ้า                            เหมือนผึ้งรุมเอาน้ำหวาน

            เอาน้ำหวานแต่เดือนเมษา                   จนถึงหน้าฝน

            เหมือนผึ้งรุมเอาน้ำหวาน                     สะสมน้ำหวานในรัง

 

            15.”เบอเนียงบานเก                            บองเหาแมเหาหอง

            เบอเนียงบานบอง                               บองนึงด็อมสรอมดะ

            บองด็อมสรอมเมี่ยะห์                          รอโหดด็อลสรอมประ

            บองด็อมสรอมดะ                                มินออยแสร็ยป๊ะห์ไถงฯ”

คำแปล

                        แม้นเจ้าเป็นของคนอื่น             พี่จะเรียกอีเรียกเอ็ง

            แต่ถ้าเจ้าเป็นของพี่                              พี่จะตีฝักไว้เก็บเจ้า

            พี่จะทำฝักด้วยทองคำ                         หรือทำฝักด้วยเงิน

            พี่จะตีฝักไว้เก็บเจ้า                              มิให้เจ้าถูกแดดถูกฝน

 

            16.”บองสลัญแสร็ยโสลด                   โปดโลดก็อมปล็อง

            จ็องบานแสร็ยลง็วง                             เกรือนเจปรอเดา

            เจออยเรกตึก                                       กรอกปรึกเจ้อะเสร็อว

            เนียงเอยยุบเจร็อว                               ด๊ะห์ปร๊ะห์ออยเงียยฯ”

คำแปล

                        พี่อยากรักสาวที่ใจดี                ที่มีความงามผ่อง

            อยากได้สาวขลาดเขลา                       ไว้อบรมขัดเกลา

            ว่ากล่าวให้ตักน้ำ                                 เวลาเช้าให้ตำข้าว

            เวลาดึกดื่น                                          จะปลุกเจ้าได้ง่ายดาย

 

            17.”เสลิกเจกตุมจ็อง                           เสลิกละห็องตุมตรวย

            สดายเอยแสร็ยมวย                             สรอจตึกเลงจอล

            นอนาจ็องบาน                                     ออยเกียงดะกรอล

            สรอจตึกเลงจอล                                  ออยเตียนเต็อวเวียฯ”

คำแปล

                        ใบกล้วยสุกที่ปลาย                 ใบมะละกอสุกที่ยอด

            เสียดายอะไร กับหญิงคนเดียว           รดน้ำปล่อยทิ้งไป

            แม้ใครอยากได้                                    ขอให้ไล่เกี่ยวเอาเข้าคอก

            รอน้ำปล่อยทิ้งเจ้าไป                           ให้เขาเป็นทาน

 

            18.”บองอมตูกเต็อว                            แตร็ยจ็องวาโลดเปรียด

            บองแสรกผดำเญียด                           เมอเขมาบองผอง

            ผดำก็วลด็องก็วด                                ผดำเปรือดจ็อมนอง

            เมอเขมาบองผอง                                ขลาจเวียซีแขสฯ”

คำแปล

                        พี่พายเรือไป                             ปลาซิวกระโดดพร่างพราย

            พี่ร้องสั่งคำไว้กับญาติ                         ให้ดูแลงามขำพี่ด้วย

            ขอฝากเจ้าไว้กับเสาหลัก                     ฝากไว้กับเชือกสนตะพาย

            ขอให้ดูแลงามขำพี่ด้วย                        เกรงว่าสายใยจะขาดลอยไป

 

            19.”ด็อมแร็ยธง็วนภลุก                       ตรอท็อกธง็วนแผล

            โยเกเทอแม                                          มินโดจแมขลวน

            บานเอ็อยตูจมวย                                 เกเลียะบ็อมปวน

            มินโดจแมขลวน                                   เจเต็อวเหาโมฯ”

คำแปล

                        ช้างหนักที่งา                            ต้นไม้หนักที่ผลดก

            ถือเอาคนอื่นเป็นแม่                             ก็ไม่เหมือนแม่ตัว

            เขาได้อะไรดีๆ                                      เขาก็เก็บซ่อนไว้

            ไม่เหมือนแม่ของตัวเอง                        ด่าไปก็เรียกหาคืนมา

 

            20.”ยองเอยเนียงยอง                         ยองเอยเนียงยอง

            ตรอเกานึงกอง                                     บองบานปีนา

            ขลวนบองก็อมส็อด                             ดุก็วดกำเปรีย

            บองนึงบานปีนา                                  กรบมะเรียมไดแสร็ยฯ”

คำแปล

                        โอ้น้องนางของพี่                      โอ้น้องนางของพี่

            ตุ้มหูและกำไลมือ                                พี่จะได้มาจากไหน

            ตัวพี่หรือก็แสนยากจน                         ลำบากยากเข็ญ

            พี่จะหาจากไหนกันเล่า                        ให้ครบนิ้วมือของนาง

 

            21.”ตูจเอยเนียงตูจ                             ตูจเอยเนียงตูจ

            บองโสมเผญอปูจ                                ปูจเนียงถนอมแผด็ย

            ถนอมโกรอเต๊ะ                                                ถนอมแส่ะด็อมแร็ย

            ปูจเนียงถนอมแผด็ย                           ถนอมเตียงบองผองฯ”

คำแปล

                        โอ้เจ้าสาวร่างน้อย                   โอ้เจ้าสาวร่างน้อย

            พี่ขอฝากพงศ์พันธุ์เจ้าด้วย                   เพราะพี่น้องเจ้าถนอมผัว

            ถนอมโคถนอมเกวียน                          ถนอมทั้งช้างและม้า

            พงศ์พันธุ์เจ้าถนอมผัว                          ถนอมทั้งพี่ด้วย

 

            22.”สรอเน้าะผกาโปเปียล                  สรอเน้าะผกาโปเปียล

            เธลือบสะเตียบอังแอล                                    บองโสมเลียผกาเต็อว

            เมียนสัจกะแด็ยผดำ                            ปรับเตือนบองเน็อว

            บองโสมเลียผกาเต็อว                         สร็อกบองเน็อวฉงายฯ”

คำแปล

                        สงสารเจ้าดอกสีเสียด             สงสารเอยเจ้าดอกสีเสียด

            พี่เคยลูบโลมประนอมขวัญ                 ต้องจากเจ้าไปเสียแล้ว

            มีสิ่งใดที่จะฝากคำ                              ขอให้บอกพี่ขณะที่ยังอยู่

            พี่ต้องลาเจ้าไปแล้ว                              เพราะบ้านพี่อยู่ไกลฯ”

 

2.บทร้องสมัยใหม่

            บทร้องสมัยใหม่เป็นบทร้องกันตรึมที่ผู้ร้องคิดขึ้นเองซึ่งอาจใช้บทดั้งเดิมประสมประสานกับบทใหม่ อาจใช้คำไทยร้องหรือดัดแปลงเพลงลูกทุ่งมาใช้ในการร้องกันตรึม และในที่สุดก็นำทำนองกันตรึมมาใช้ร้องเพลงไทยเข้าทำนองเพลงลูกทุ่งกันตรึมประยุกต์ นับเป็นวิวัฒนาการใหม่อย่างหนึ่งเกี่ยวกับเพลงกันตรึม นักร้องกันตรึมที่สามารถนำบทร้องกันตรึมมาประยุกต์ร้องเป็นเพลงลูกทุ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดคือ กันตรึมคณะดาร์กี้ จังหวัดสุรินทร์ ตัวอย่าง

            1.”เนียงแสรกเนียงเหา                                    ลือส็อมเลงเกวอยๆ

            เปร๊าะห์เสดิงบองเอย                          ออยกรอกโมเจ้าะห์

            เตือน นีออน ก็อมปุงภลือ                     ออยเนียงเมอเคิญเจ้าะ

            ก็อมอาลัยอาเล้าะห์                             กรอม็อมนึงเดิกไดฯ”

คำแปล

                        น้องร้องเรียกหา                       ได้ยินเสียงอยู่แจ้วๆ

            ชายผู้ร่างบอบบาง                               ขอให้พี่ลุกขึ้นมา

            ทันแสงนีออนกำลังสว่าง                     ให้น้องเห็นได้ชัด

            อย่าอาลัยอาวรณ์เลย                          น้องจะจูงมือ

 

            2.”ลออโดจดเปรียะห์บอง                    แดลเกตุ๊กเน็อวกน็อง

            มุขโดจ สรพงษ์                                                แดลเกิด แฟน เนียง

            เนียะห์เปร้าะตรอโยน                          เนียะห์เปร้าะห์ตรอโยน

            เลียบมะเซาเทอขลวน                          ลออโดจ ดาราหนัง

            นิ่ห์แองเกถา                                        บอง ดาราคนดัง

            ด็อลบอง แสดงหนัง                             กรอม็อมนึงร็วดตามฯ”

คำแปล

                        พี่ผู้งามเหมือนพระ                   ที่เขาเก็บไว้ข้างใน

            ใบหน้าเหมือนสรพงษ์                          ที่เป็นแฟนของน้อง

            พี่ชายผู้คนงาม                                     พี่ชายผู้คนงาม

            ทาแป้งแต่งตัว                                     งามเหมือนดาราหนัง

            นี่แหละที่เขาว่า                                    พี่ดาราคนดัง

            ถ้าพี่ได้แสดงหนัง                                 น้องสาวจะหอบผ้าตาม

 

            3.”ส็อมโปงบองเอย                             ส็อมโปงผกากรอวัน

            ตรอเปือลโดจตุมจัน                             แผลเน็อวฉงายเมก

            นิ่ห์แองเกถา                                        แม่ผิวพม่านัยน์ตาแขก

            เมือดกรอหอมโดจเสก                         เปร้าะห์นามินเมอฯ”

คำแปล

                        เจ้าคนงามของพี่                      เจ้าคนงามเหมือนดอกไม้ป่า

            แก้มเหมือนผลจันสุก                           ที่ติดผลไกลกิ่ง

            นี่แหละที่เขาว่า                                    แม่ผิวพม่านัยน์ตาแขก

            ปากแดงเหมือนปากนกแก้ว                ชายไหนไม่อยากมอง

 

            4.”น้องเอยน้องรัก                                น้องเอยน้องรัก

            อกพี่จะหัก                                           รอน้องมานาน

            วันนี้เป็นบุญ                                        มาเจอแม่ตาหวาน

            ให้น้องรีบกลับบ้าน                              พี่นั้นยังคอยฯ”

            (บทนี้ใช้ภาษาไทยร้องทำนองกันตรึม)

 

            5.”เปร้าะห์เอยเปร้าะห์ลออ                 เปร้าะห์เอยเปร้าะห์ลออ

            เคิญแตรูปเนียงบรอ                            เปร้าะห์บองไม่เหลียวมอง

            นี่แหละเขาว่า                                       รจนาที่รูปทอง

            เดี๋ยวพี่จะนั่งร้อง                                  มองแล้วใครไม่สน

คำแปล

                        ชายเอยผู้คนงาม                     ชายเอยผู้คนงาม

            เห็นแต่รูปน้องขี้เหร่                              พี่ชายไม่เหลียวมอง

            นี่แหละที่เขาว่า                                    รจนาผู้รูปทอง

            เดี๋ยวพี่จะนั่งร้อง                                  มองแล้วใครไม่สน

 

            6.”เนียะห์เมียะห์ก็อมส็อด                   เนียะห์เมียะห์ก็อมส็อด

            กาลเดิกไดเคนียร็วด                            ถาบองมินจอลโอน

            เปลบองเมียนแถม็ย                            เปร้าะห์บองเลงขลวน

            บองกรอเวือดจอลโอน                         เน็อวกนาลสร็อกเกฯ”

คำแปล

                        เจ้าเนื้อทองผู้ยากจน                เจ้าเนื้อทองผู้ยากจน

            คราวเมื่อเราจูงมือกันหนี                      พี่ว่าจะไม่ทอดทิ้งน้อง

            แต่เวลาพี่มีใหม่                                    พี่ก็ทำเล่นตัว

            พี่ละทิ้งน้องไว้                                      ท่ามกลางป่าเขา

 

            7.”สมัยส็อบไถง                                  เกเหาสมัยพัฒนา

            แผด็ยปรอป็วนเนียะนา                       แขจ็ยเคนียเปรอบาน

            สูด็อดเอ้าะห์รั่วะห์                                เจียงเจิงกรานเน็อวตอเต

            สูเดกออบแผด็ยแก                              จึนเต็ดออบกบาลจองก็วงฯ”

คำแปล

                        สมัยทุกวัน                               เรียกว่าสมัยพัฒนา

            ผัวเมียของใคร                                     ก็ยืมใช้กันได้

            สู้เอาไม้สดๆ ก่อไฟ                               ยังดีกว่าทิ้งเชิงกรานให้ว่างเปล่า

            นอนกอดผัวเขา                                    แล้วมานั่งชันเข่าเจ่าจุก

เครื่องดนตรีวงกันตรึม 

 

 

ผู้เรียบเรียง    สงบ บุญคล้อย

ที่มา                หนังสือสารานุกรมไทยภาคอีสาน เล่ม 1

 

เข้าชม : 1272

วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน 5 อันดับล่าสุด

      อำเภอกาบเชิง 27 พ.ค. 2560
      ยากาง, ยาซาง 27 พ.ค. 2560
      ตำราหมอดู กาจับหลัก 4 มี.ค. 2560
      กัวอู๊ ประเพณีการอยู่ไฟของชาวกวย(ส่วย) 22 ก.พ. 2560
      เครื่องจองจำ กับตีน 22 ก.พ. 2560




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :



กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ warapong.wdp@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

PRchecker.info


หน้าหลัก
ข้อมูลอำเภอภูสิงห์
หน่วยงานภูสิงห์
ร้านค้าภูสิงห์
คลิปวิดีโอภูสิงห์
ห้องแสดงภาพภูสิงห์
แหล่งท่องเที่ยวภูสิงห์
รีสอร์ท โรงแรม ที่พักภูสิงห์
ข่าวประชาสัมพันธ์ภูสิงห์

ข่าวประชาสัมพันธ์ศรีสะเกษ
ข่าวสมัครงานศรีสะเกษ
ข่าวสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
ข่าวประกวดราคาศรีสะเกษ
หน่วยงานจังหวัดศรีสะเกษ
ห้องแสดงภาพศรีสะเกษ
โปรแกรมหนังศรีสะเกษ
คลิป วิดีโอศรีสะเกษ
แหล่งท่องเที่ยวศรีสะเกษ
ร้านค้าศรีสะเกษ
ร้านอาหารศรีสะเกษ

วัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ
วัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน
วัฒนธรรมไทย ภาคใต้
เรียนภาษาออนไลน์
เกมส์ออนไลน์
สมุนไพรน่ารู้
ความรู้เกี่ยวกับไอที
ธรรมะออนไลน์
ดูหนังออนไลน์
เที่ยวทั่วโลก
เที่ยวทั่วไทย
คลิป วิดีโอ
รูปภาพออนไลน์
รถยนต์
สาระน่ารู้
การศึกษา
เกษตรน่ารู้
เว็บไซต์น่าสนใจ
อาหาร
ที่พัก
ทั่วไป