[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.phusing.com
อำเภอภูสิงห์ อำเภอภูสิงห์
หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวประชาสัมพันธ์ | บทความน่ารู้ | กระดานถามตอบ | สมาชิก | ติดต่อเรา |

  

ข้อมูลอำเภอภูสิงห์

การปลูกหม่อนไหมเลี้ยงไหมที่อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ


ศุกร์ ที่ 23 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2554

การปลูกหม่อนไหมเลี้ยงไหมที่อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

ความเป็นมา
          ในปี พ.ศ. 2549 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับจังหวัดศรีสะเกษ ได้ขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา บริเวณบ้านตะแบงและบ้านโคกใหญ่ อำเภอภูสิงห์(ในขณะนั้น สองบ้านนี้ขึ้นอยู่กับอำเภอขุขันธ์เป็นชายแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา) เพื่อจัดตั้งระบบผลิตพลังงานแก็สชีวมวลในชนบท จำนวนประมาณ 4,000 ไร่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพราษฎรเป็นระยะเวลา 30 ปี ซึ่งต่อมากรมป่าไม้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวได้ในปี 2532 แต่โครงการดังกล่าวไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากติดปัญหาต่าง ๆ มากมาย ต่อมาในปี 2533 กองกำลังสุรนารีได้จัดตั้งศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพช่วยเหลือราษฎรบริเวณชายแดน โดยดำเนินกิจกรรมพัฒนาแบบรวมกิจกรรมทุกสาขา ให้เป็นแหล่งสาธิต บริการพัฒนาอาชีพช่วยเหลือราษฎร และด้านฝึกอบรมราษฎร โดยดำเนินกิจกรรมตามรูปแบบและเค้าโครงของศูนย์พัฒนาโนนดินแดง โครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ
          สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรที่กิ่งอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2537 และมีพระราชดำริกับข้าราชการที่เฝ้าฯ รับเสด็จ สรุปความว่า ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมกันจัดตั้งศูนย์พัฒนาการเกษตรแบบเบ็ดเสร็จในลักษณะเป็นศูนย์สาธิตทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ซึ่งประกอบ อาชีพทำนาไม่ได้ผลและให้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อดำเนินงานศูนย์ฯ ในลักษณะเช่นเดียวกับศูนย์พัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว โครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์จึงได้ถูกพัฒนาเป็นศูนย์แม่บทและเป็น โครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชาติ การบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างความมั่นคงของชาติใน ปัจจุบันกำลังดำเนินกิจกรรมในแผนแม่บทระยะที่ 2 (ปี 2545-2549)
          หลังจากทางจังหวัดได้จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการจากส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ก็เริ่มดำเนินการนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา หน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้ามาดำเนินการจัดทำแปลงสาธิต ฝึกอบรมเกษตรในหมู่บ้านรอบศูนย์
          อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม นับเป็นอาชีพที่อยู่คู่กับชาวไทยอีสานมาแต่ครั้งบรรพกาลสืบต่อกันมาถึงยุคปัจจุบัน จนมีลวดลายบนผืนผ้าต่าง ๆ นับเป็นร้อย ๆ ลวดลาย จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดหนึ่งที่ราษฎรมีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยมีพื้นที่ปลูกหม่อน 11,163 ไร่ มีเกษตรกรปลุกหม่อนเลี้ยงไหม 14,989 ครัวเรือน สามารถผลิตเส้นไหมได้ 39,524 กิโลกรัม/ปีและอำเภอภูสิงห์เป็นอำเภอที่ราษฎรมีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมากอำเภอหนึ่งของจังหวัด การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของเกษตรกรก่อนที่จะมีโครงการฯอยู่ในสภาพล้าหลัง ให้ผลผลิตไหมต่ำ รังเล็ก หนอนไหมมักตายเป็นประจำ และปลูกหม่อนพันธุ์พื้นเมืองที่ให้ผลผลิตใบต่ำโครงการฯ โดยศูนย์วิจัยหม่อนไหมศรีสะเกษจึงมีความจำเป็นที่ต้องเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร

 

การดำเนินกิจกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
          ศูนย์วิจัยหม่อนไหมศรีสะเกษ ได้เข้ามาวางแผนดำเนินการและปรับสภาพพื้นที่เมื่อ 19 มิถุนายน 2538 และปลูกหม่อนเพื่อเป็นแปลงสาธิตการปลูกหม่อนพันธุ์ดีและการปลูกที่ถูกวิธีเมื่อ 8 สิงหาคม 2538 ในพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ โดยใช้หม่อน 4 พันธุ์ คือนครราชสีมา 60 บุรีรัมย์ 60 ศรีสะเกษ 33 และ ศก.2820 แต่พื้นที่บางส่วนมีสภาพเป็นซับทำให้หม่อนพันธุ์นครราชสีมา 60 และศก.2802 ตายหมดในปี 2541 ได้แก้ไขสภาพน้ำซับ โดยการขุดคูระบายน้ำรอบแปลงหม่อน และปลูกหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 และพันธุ์ศรีสะเกษ  33  จนเต็มพื้นที่ 8 ไร่ และในปี 2539 ได้ก่อสร้างโรงเลี้ยงไหมวัยอ่อนสาธิต ขนาด 6x8 เมตร โดยใช้วัสดุในท้องถิ่นแก่เกษตรกรในหมู่บ้านรอบโครงการฯ และผู้สนใจทั่วไป เพื่อแจกจ่ายไหมวัยอ่อนแก่เกษตรกรสมาชิก

 

การขยายผลการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสู่หมู่บ้านรอบโครงการฯ
          หลังจากได้สร้างสวนหม่อนและโรงเลี้ยงไหมวัยอ่อนสาธิตแก่เกษตรกรและผู้สนใจ ทั่วไปภายในโครงการฯแล้วในปี 2540 ได้เริ่มรับสมัครเกษตรกรสมาชิกปีละประมาณ 10 รายในหมู่บ้านรอบโครงการฯ ได้แก่  บ้านภูสิงห์  บ้านทุ่งหลวง  บ้านตะแบง  หมู่ 1 หมู่ 9 หมู่ 12 และหมู่ 18 และให้การสนับสนุนหม่อนพันธุ์ดี คือพันธุ์บุรีรัมย์ 60 และศรีสะเกษ 33 ในปีต่อ ๆ มาได้ให้การสนับสนุนหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 51 เท่านั้น เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ท่อนพันธุ์ออกรากง่ายจึงเป็นที่นิยมของเกษตรกรนำไป ปลูกขยายผลแก่สมาชิกที่ต้องการเพิ่มเติมในด้านพันธุ์ไหมได้ให้มีการสนับสนุน พันธุ์ไหมไทยพื้นเมืองปรับปรุง คือ พันธุ์นางน้อยศรีสะเกษ 1 x นค. 4 โดยให้เกษตรกรสมาชิกมาร่วมกันเลี้ยงที่ โรงเลี้ยงสาธิตภายในโครงการฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ คอยให้คำแนะนำเทคนิคการเลี้ยงบางประการเป็นการพัฒนาทักษะการเลี้ยงไหมให้แก่เกษตรกรจนไหมเข้าสู่วันที่ 4 จึงแบ่งกันนำไปเลี้ยงที่บ้าน และเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้เข้าไปให้คำแนะนำต่อที่บ้านจนไหมสุกทำรัง หรือเกษตรกรบางรายมีภารกิจภายในครอบครัวไม่สามารถมาร่วมเลี้ยงไหมวันอ่อนได้จะให่ไหมแรกฟักนำกลับไปเลี้ยงที่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ คอยติดตามให้คำแนะนำจนไหมสุกทำรัง ในแต่ละปีจะสนับสนุนพันธุ์ไหมให้เกษตรกรสมาชิกเลี้ยงปีละ 5-6 รุ่น จึงถึงปัจจุบันมีสมาชิกในโครงการฯ แล้ว 50 รายรวมพื้นที่ปลูกหม่อนประมาณ 50 ไร่ ในความเป็นจริงมีเกษตรกรจะขอเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก แต่ทางโครงการฯ ไม่สามารถรับได้ทั้งหมดผลการขยายผลการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสู่หมู่บ้านเกษตรกรรอบโครงการฯ จากการดำเนินกิจกรรมการขยายผลการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา จนถึงปี 2546 เกษตรกรสมาชิกมีความพึงพอใจในอาชีพเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรายได้เพิ่มขึ้นจากอดีตที่ทำนาเพียงอย่างเดียว ในสภาพรวมของโครงการฯ นับตั้งแต่ปี 2540-2546 เกษตรกรสมาชิกถ้าจำหน่ายรังไหมทั้งหมดจะมีรายได้ทั้งสิ้นถึง 726,980 บาท
          จากการได้พบและสัมภาษณ์เกษตรกรสมาชิกบางรายดังเช่น นางโฮม จำปาเต็ม บ้านภูสิงห์ได้ยอมรับว่าโครงการนี้ได้สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง และในบางปีเช่นปี 2541 ได้เกิดวิกฤติฝนแล้งทำนาไม่ได้ผล ไม่มีข้าวจะกิน ก็ได้อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสร้างรายได้นำไปซื้อข้าวสารจุนเจือครอบครัวให้อยู่รอดจนถึงปัจจุบัน
          เกษตรกรสมาชิกบางราย ปลูกหม่อนเพื่อนำใบไปเลี้ยงไหมและจำหน่ายใบหม่อนด้วย หรือบางรายปลูกหม่อนเพื่อจำหน่ายใบแต่อย่างเดียว สามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำรวมสมาชิกทุกรายที่จำหน่ายใบหม่อนจะมีรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท เช่นนายเทียม สาบุตร เกษตรกรบ้านภูสิงห์ ปลูกหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 และบุรีรัมย์ 51 จำหน่ายใบหม่อนแต่เพียงอย่างเดียวในพื้นที่ 7 ไร่ มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 30,000 บาท/ปี และยังจำหน่ายท่อนพันธุ์ให้แก่เพื่อนบ้านนำไปปลูกได้อีกละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท/ปี นางกาสี วงษาลี เกษตรกรบ้านภูสิงห์ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและจำหน่ายใบในพื้นที่ 2 ไร่ มีรายได้จากการจำหน่ายใบหม่อนเฉลี่ยประมาณ 8,000 บาท/ปี จะเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ได้ดำเนินการขยายผลการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสู่เกษตรกร ในหมู่บ้านรอบโครงการฯ สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรสมาชิกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท ยังผลให้เกษตรกรในหมู่บ้านที่กำลังดำเนินกิจกรรมปลุกหม่อนเลี้ยงไหมและหมู่บ้านอื่น ๆ เช่น บ้านวนาสวรรค์ เป็นต้น มาขอเข้าเป็นสมาชิกอยู่เนือง ๆ แต่ทางโครงการฯ สามารถรับได้เพียงจำนวนจำกัด เพียงปีละไม่เกิน 10 ราย ที่มีความพร้อมที่จะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับโครงการฯ เพื่อให้เกษตรกรสมาชิกเป็นต้นแบบแห่งการพัฒนาอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่ถูกต้องและเหมาะสมแก่เกษตรกรรายอื่นๆ ที่มิได้เข้าร่วมโครงการฯ อันจะเป็นแนวทางส่งเสริมความอยู่ดีกินดีให้แก่ราษฎรสมดังพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ   ที่ทรงมีพระประสงค์ให้พสกนิกรของพระองค์มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยถ้วนหน้ากัน

 

http://siweb.dss.go.th/sci60/team100/project/pnortheast.htm

เข้าชม : 6423

ข้อมูลอำเภอภูสิงห์ 5 อันดับล่าสุด

      ภาพถ่ายมุมสูงวัดไพรพัฒนา วัดหลวงปู่สรวง อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 15 ธ.ค. 2559
      คลิปวิดีโอ คำขวัญและประวัติอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 26 พ.ย. 2559
      ผ้าไหมบ้านนกยูงเงิน ผลิตภัณฑ์ OTOP อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ : Thai Silk Handmade local product from Phusing District Sisaket Province Thailand 18 พ.ย. 2559
      ข้าวหมาก ผลิตภัณฑ์ OTOP อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 18 พ.ย. 2559
      พระอัจฉริยภาพราชินี 20 ปีที่อำเภอ “ภูสิงห์” 18 ส.ค. 2557




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :



กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ warapong.wdp@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

หน้าหลัก
ข้อมูลอำเภอภูสิงห์
หน่วยงานภูสิงห์
ร้านค้าภูสิงห์
คลิปวิดีโอภูสิงห์
ห้องแสดงภาพภูสิงห์
แหล่งท่องเที่ยวภูสิงห์
รีสอร์ท โรงแรม ที่พักภูสิงห์
ข่าวประชาสัมพันธ์ภูสิงห์

ข้อมูลจังหวัดศรีสะเกษ
ข่าวประชาสัมพันธ์ศรีสะเกษ
ข่าวสมัครงานศรีสะเกษ
ข่าวสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ
ข่าวประกวดราคาศรีสะเกษ
หน่วยงานจังหวัดศรีสะเกษ
ห้องแสดงภาพศรีสะเกษ
โปรแกรมหนังศรีสะเกษ
คลิป วิดีโอศรีสะเกษ
แหล่งท่องเที่ยวศรีสะเกษ
ร้านค้าศรีสะเกษ
ร้านอาหารศรีสะเกษ

วัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ
วัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
วัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน
วัฒนธรรมไทย ภาคใต้
เรียนภาษาออนไลน์
เกมส์ออนไลน์
สมุนไพรน่ารู้
ความรู้เกี่ยวกับไอที
ธรรมะออนไลน์
ดูหนังออนไลน์
เที่ยวทั่วโลก
เที่ยวทั่วไทย
คลิป วิดีโอ
รูปภาพออนไลน์
รถยนต์
สาระน่ารู้
การศึกษา
เกษตรน่ารู้
เว็บไซต์น่าสนใจ
อาหาร
ที่พัก
ทั่วไป